เปิดคำที่พ่อสอน ย้อนฟังบทสัมภาษณ์ ต๊อบ-อัยยวัฒน์ ทายาทมหาเศรษฐีแสนล้าน ลูกชาย เสี่ยวิชัย ศรีวัฒนประภา

เป็นที่ยืนยันอย่างแน่นอนแล้วสำหรับเหตุการณ์ช็อกโลก เหตุเฮลิคอปเตอร์ขอ นาย วิชัย ศรีศรีวัฒนประภา ประธานกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และเจ้าของ...


เป็นที่ยืนยันอย่างแน่นอนแล้วสำหรับเหตุการณ์ช็อกโลก เหตุเฮลิคอปเตอร์ขอ นาย วิชัย ศรีศรีวัฒนประภา ประธานกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และเจ้าของสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้ ตกเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 27 ต.ค. ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อเวลา 22:00น. วันที่ 28 ต.ค. 2561 ตามเวลาในประเทศอังกฤษ สำนักงานตำรวจมณฑลเลสเตอร์เชียร์ออกแถลงการณ์ความคืบหน้าการสืบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว ระบุว่า ผู้ที่อยู่บนเครื่องทั้ง 5 คนไม่มีใครรอดชีวิต รวมทั้งเจ้าสัวิชัยด้วย

สำหรับทายาทคนเล็กแห่งคิง พาวเวอร์ ‘ต๊อบ-อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา’ ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของคิง พาวเวอร์ และรองประธานสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ รวมทั้งยังเป็นหนึ่งในกรรมการสายการบินไทยแอร์เอเชีย เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร แพรว ฉบับ 891 คอลัมน์ SPEAK OUT เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับคุณพ่อ วิชัย ศรีศรีวัฒนประภา เอาไว้ว่า

ย้อนกลับไปพูดถึงเด็กชายอัยยวัฒน์ ภาพแรกที่นึกถึงคืออะไรครับ

ภาพที่คุณพ่อคุณแม่ทำงานหนัก ผมเป็นลูกคนเล็ก อาจโชคดีกว่าพี่ๆ เพราะตอนผมเกิด ครอบครัวเริ่มมีฐานะจากธุรกิจดิวตี้ฟรีแล้ว ขณะที่ผมก็เป็นลูกที่ติดคุณพ่อคุณแม่ ถ้าท่านยังไม่กลับบ้าน ผมจะไม่นอน เป็นแบบนั้นตั้งแต่เรียนอนุบาลถึงประถม ผมเรียนเซนต์คาเบรียลตั้งแต่ ป.1 – ม.6 เป็นสถานที่ฝึกฝนทั้งวิชาความรู้และการใช้ชีวิต วัยนั้นมีแต่ความสนุกกับเพื่อน ผมเป็นหัวโจกตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ส่วนหนึ่งอาจซึมซับมาจากคุณพ่อที่ใจกว้าง ชอบเลี้ยงเพื่อน ผมก็เป็นแบบนั้น แต่คุณพ่อทำให้เห็นว่า ที่คนรอบข้าง

ซาบซึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะมาให้ท่านเลี้ยง แต่ทุกคนมีความสุขกับบรรยากาศนั้น

คำว่าหัวโจก หมายถึงมีเรื่องชกต่อยด้วยไหม ไม่ครับ ผมซ่า แต่ไม่เกเร คือเปลี่ยนชุดนักเรียนแล้วไปเที่ยวกับเพื่อนต่อได้เลย แต่ไม่เล่นยา ไม่สูบบุหรี่ ไม่ต่อยตีกับใคร สามารถเข้ากับเพื่อนได้ทุกกลุ่ม ในโรงเรียนจะมีเด็กสองแบบ คือ ตั้งใจเรียนกับเกเร สำหรับผมอยู่ตรงกลาง คุยได้หมด

รู้มาว่าคุณอัยยวัฒน์เข้าห้องประชุมกับคุณพ่อตั้งแต่ยังเด็ก

ใช่ครับ คุณพ่อมีความคิดว่า การเรียนไม่ได้พิสูจน์ว่าเราเก่ง ท่านพูดเสมอว่า ไม่ต้องเรียน ออกมาทำงานเลยก็ได้ แต่คุณแม่ไม่ยอม (หัวเราะ) แต่พอโรงเรียนเลิก ผมจะแวะไปหาคุณพ่อคุณแม่ที่บริษัท วิ่งเล่นอยู่ในห้องทำงานของท่านบ้าง หลับบ้าง แต่ขณะเดียวกันก็ได้เห็นกระบวนการที่คุณพ่อเรียกประชุม ชมเชยและต่อว่าพนักงาน พออายุ 16 ปี คุณพ่อก็ให้เข้าประชุมบอร์ด ต้องฟังและจดรายละเอียดต่างๆ

คุณพ่อบอกไหมว่าทำไมต้องให้ประชุมด้วย

ไม่ครับ ท่านบอกให้เข้ามาฟัง ผมก็โอเค ใช้เวลา 2 – 3 ชั่วโมง ไม่ได้เสียหายอะไร ตอนนั้นยังไม่เข้าใจหรอกว่าตัวเลขที่จดลงกระดาษจะส่งผลอะไรในอนาคตบ้าง แต่การได้อยู่ใกล้ๆ ก็ทำให้รู้ว่า บริษัทเติบโตเร็วมาก ผมอยู่ในทุกประชุมสำคัญ ทำให้รู้ว่าคุณพ่อคิดอะไร เหตุผลที่เปิดดิวตี้ฟรีที่สุวรรณภูมิคืออะไร มีขั้นตอนอย่างไร ซึ่งเป็นความบังเอิญหรือคุณพ่อวางแผนไว้ก็ไม่รู้นะ (หัวเราะ) แล้วโชคดีที่ผมไม่ได้อึดอัดอะไรกับการเข้าประชุม กลับรู้สึกสนุกด้วยซ้ำ

แล้วเข้ามาทำงานที่คิงเพาเวอร์อย่างเป็นทางการเมื่อไรครับ

ปี 2552 ผมเข้ามาเป็นผู้ช่วยของคุณพ่อ ท่านไม่ได้กำหนดล่วงหน้านะครับว่าลูกแต่ละคนต้องอยู่ในบทบาทไหน แต่อาจเพราะพี่ๆ ไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่ชั้นมัธยม ส่วนผมอยู่ใกล้คุณพ่อตั้งแต่เด็กจนเรียนจบมหาวิทยาลัย จึงรู้ใจท่านเร็วกว่าคนอื่น แล้ววันที่ผมเข้ามาก็ไม่มีตำแหน่งในบริษัทว่าง คุณพ่อจึงให้เป็นผู้ช่วย พูดง่ายๆ คือ ทำงานตามสั่ง หรือเจเนอรัลเบ๊ (หัวเราะ)


หน้าที่ผมมีตั้งแต่กรองเอกสารก่อนถึงคุณพ่อ ประสานงานกับผู้ใหญ่ เป็นปีแรกที่ได้ประสบการณ์เยอะและทำงานหนัก ขณะที่ชีวิตส่วนตัวก็เต็มที่ ตอนกลางคืนไปเที่ยวกับเพื่อน คิดว่าร่างกายไหว แต่วันหนึ่งก็ป่วยจนต้องให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นจากที่คุณพ่อให้งานเยอะหรอก ผมเองที่แบ่งเวลาไม่เป็น หลังจากนั้นจึงจัดตารางเวลาใหม่ ชีวิตก็ดีขึ้น ยังเที่ยวเหมือนเดิม แต่ไม่เคยทำให้งานเสียนะครับ ผมคิดว่าถ้าตอนเช้ายังมาทำงานตรงเวลาได้จะทำให้คุณพ่อไว้ใจ ทุกวันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น ต่อให้เที่ยวหนักแค่ไหน ผมก็ยังทำงานได้ อย่างบางวันกลับถึงบ้านตอนตี 4 แต่พอ 6 โมงเช้าก็ไปตีกอล์ฟกับคุณพ่อต่อได้

คุณวิชัยเคยพูดว่าถ้าจะทำอะไรต้องมีความสุข ฉะนั้นแพงถูกไม่ใช่เหตุผล เหตุผลคือความชอบ แล้วคุณอัยยวัฒน์ ล่ะครับ

ผมเอ็นจอยกับสิ่งที่หามาได้ แต่ก็ใช้เงินแบบมีลิมิต ไม่ได้ซื้อแต่ของแพง ผมยังขี้เหนียวอยู่ ขนาดซื้อนักฟุตบอลเข้าทีมยังซื้อในราคาที่ไม่แพงมาก ที่หมดเงินเยอะหน่อยคือเรื่องกินกับแก็ดเจ็ต หรือถ้าเป็นของใช้ราคาแพงก็มีนาฬิกาบ้าง


สำหรับผู้ชายที่อายุ 31 ปี ถือว่าได้ทำอะไรมากกว่าคนวัยเดียวกันเลยนะครับ

ผมก็ว่าอย่างนั้นแหละ ไม่รู้ว่าคนอายุ 31 จะเจอประสบการณ์เหมือนผมไหม สำหรับงานที่เลสเตอร์ซิตี้ ผมภูมิใจที่ทำได้ งานนี้เหมือน ลูกชายเราจบปริญญาเอก แต่เป็นเพียงบทพิสูจน์ว่า ผมทำสิ่งที่ชอบได้ ส่วนบทบาทซีอีโอที่คิง เพาเวอร์ คือของจริง นี่คือธุรกิจหลักที่ต้องทำให้ดี อาจไม่ดีเท่าที่คุณพ่อทำ แต่ควรดีในระดับหนึ่ง เพราะมีงานยากๆ ที่ต้องรับผิดชอบ จึงต้องดีดตัวเองให้เก่งขึ้น ผมยังเด็ก และเชื่อว่ายังพัฒนาได้อีก

ขอขอบคุณที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 891 คอลัมน์ SPEAK OUT

You Might Also Like

0 comments

Loading...

Popular Posts

Loading...